ทางผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ บริเวณ หน้าห้างให้ช่วยวิทยุสกัดจับ โดยได้ตรวจสอบและติดตามจากระบบ จีพีเอส ของโทรศัพท์มือถือที่คนร้ายได้จากผู้เสียหายไป กระทั่งทราบว่าคนร้ายโดยสารรถแท็กซี่ผ่านถ.สุขุมวิท บริเวณแยกโค้งเกริก ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ เขตสมุทรปราการ ฝั่งมุ่งหน้าเข้ากทม. จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.เมืองสมุทรปราการ ทำให้การจราจรติดขัดเพื่อสกัดจับคนร้าย
เมื่อคนร้ายเห็นว่ารถติดจึงได้ลงจากรถแท็กซี่ และพยายามวิ่งหลบหนีไปทางถนนรถรางสายเก่าไปทางฝั่งสำโรง โดยไม่ทราบว่ามีกำลังเจ้าหน้าที่สายตรวจตั้งจุดสกัดอยู่บริเวณดังกล่าวด้วย เมื่อตำรวจเห็นคนร้ายจึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่คนร้ายกลับชักปืนยิงใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ตั้งจุดสกัดอยู่ เป็นเหตุให้นายบรรเทิง นาจันทร์ทอง อายุ54 ปี ปฏิบัติหน้าที่ผู้ช่วยเจ้าพนักงาน ถูกกระสุนเข้าที่แก้มก้นด้านซ้าย กระสุนทะลุ ได้รับบาดเจ็บ ร้องลั่น แต่ในที่สุดทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถจับกุมตัวคนร้ายรายนี้ไว้ได้ ทราบชื่อต่อมาคือนายบุญมา กำทรัพย์ อายุ 33 ปี พร้อมด้วยของกลางอาวุธปืน กล็อก 19 ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุและโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย
สอบสวนนายบุญมา อ้างว่าทำไปด้วยความมึนเมาสุราไม่ได้ตั้งใจที่จะก่อเหตุให้บานปลาย แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อ จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนคดีตามกฎหมาย และตรวจสอบว่าอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุมีทะเบียนหรือไม่ หรือเป็นอาวุธปืนที่ถูกลักขโมยมาหรือไม่